หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินและพัฒนาผู้เรียน

  การมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินและพัฒนาผู้เรียน



ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเด็กหญิงกวินธิดา บุญย้อม  

ชื่อเล่น แก้มบุ๋ม

เกิดเมื่อวันที่  28 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อายุ 4 ปี

ข้อมูลพัฒนาการ 4 ด้าน

1. พัฒนาการด้านร่างกาย

เด็กมีการเจริญเติบโตสมวัย สุขภาพแข็งแรง ถึงแม้จะตัวเล็กกว่าเพื่อนคนอื่นในวัยเดียวกัน สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่ว เช่น การเดิน นั่ง ยืน และเปลี่ยนอิริยาบถได้อย่างเหมาะสม สามารถนั่งทำกิจกรรมบนพื้นได้ต่อเนื่องตามเวลาที่กำหนด

ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก เด็กสามารถใช้มือและนิ้วได้สัมพันธ์กับสายตาได้ดี เช่น การฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็ก ๆ การทากาว การปะติดชิ้นงาน และการระบายสีในพื้นที่ที่กำหนด มีความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ ไม่เล่นอุปกรณ์อย่างรุนแรง และสามารถเก็บอุปกรณ์เข้าที่ได้เรียบร้อยหลังทำกิจกรรมเสร็จ

2. พัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ

เด็กมีอารมณ์ร่าเริง แจ่มใส และแสดงออกทางสีหน้าอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ มีความตั้งใจและจดจ่อกับกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย เมื่อพบปัญหาเล็กน้อย เช่น ทำงานได้ช้าหรือทำไม่สำเร็จในครั้งแรก เด็กพยายามแก้ไขและทำต่อจนสำเร็จ ไม่แสดงอาการหงุดหงิดรุนแรง

เด็กมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง กล้าแสดงออกเมื่อนำผลงานไปทดลองใช้หรือแสดงให้เพื่อนดู แสดงถึงความมั่นใจในตนเองตามวัย

3. พัฒนาการด้านสังคม

เด็กสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ดี มีการพูดคุย ปรึกษา และช่วยเหลือกันขณะทำกิจกรรม รู้จักแบ่งหน้าที่และรอคอยเมื่อถึงเวลาของตนเอง ไม่แย่งอุปกรณ์เพื่อน และสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนได้

เด็กมีมารยาทในการสื่อสาร ใช้น้ำเสียงสุภาพ และแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อครูและเพื่อน เช่น การรับฟังผู้อื่น การเก็บของเข้าที่ และการช่วยดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนรวม

4. พัฒนาการด้านสติปัญญา

เด็กสามารถฟังคำอธิบายและปฏิบัติตามขั้นตอนกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง เข้าใจลำดับขั้นตอนการทำงาน เช่น การตกแต่ง การปะติด และการทดลองใช้ผลงาน สามารถเชื่อมโยงกิจกรรมกับประสบการณ์ของตนเอง และตอบคำถามง่าย ๆ ได้ตรงประเด็น

เด็กแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกสีและรูปแบบการตกแต่งผลงาน มีความอยากรู้อยากเห็น และสนใจทดลองใช้ผลงานที่ตนเองทำเสร็จแล้ว เช่น การทดลองพูดผ่านโทรศัพท์บ้านกับเพื่อน


9.1 แบบบันทึกการประชุมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน

วัน 15 เดือน ธันวาคม ปี พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 – 15.00 น. สถานที่ โรงเรียนบ้านคอโค

ชื่อ นามสกุล นักเรียน เด็กหญิงกวินธิดา  บุญย้อม อายุ 4 ปี เพศ หญิง ชั้น อนุบาล 2/1

ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล นางสาวณิชตา  พณิชบวรเดช

            เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต   แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ  (ระบุ)

            1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในช่วงกิจกรรมกลุ่ม

และอิสระ

            2. แบบสัมภาษณ์ ครูประจำชั้นและผู้ปกครองเบื้องต้น     

            ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ ระบุ)

1.      ครูพี่เลี้ยง นางสาวณิชตา  พณิชบวรเดช

2.      ครูผู้ช่วย นางสาวจิตอารี    ชมบุญ

3.      รุ่นพี่ปี 4 นางสาวจุฬารัตน์  ในทอง

 

ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา    

1. นักเรียนต้องการการส่งเสริมด้านการจดจ่อกับกิจกรรมให้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น และควรได้รับการฝึกฝนเรื่องการทำกิจกรรมตามลำดับขั้นตอนจนเสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด

2. นักเรียนชอบชวนเพื่อนพูดคุยระหว่างทำกิจกรรม ส่งผลให้รบกวนเพื่อนและทำกิจกรรมไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด

            ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน  1 ปัญหา)

            เลือกศึกษาปัญหา นักเรียนชอบชวนเพื่อนพูดคุยระหว่างทำกิจกรรม ส่งผลให้รบกวนเพื่อนและทำกิจกรรมไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด สาเหตุที่เลือกศึกษา เลือกศึกษาพฤติกรรมดังกล่าวเนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ในทุกกิจกรรม หากนักเรียนสามารถจดจ่อและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความรับผิดชอบ และสามารถทำกิจกรรมได้สำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

            จากการสังเกตพบว่านักเรียนขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครอง ทำให้ยังขาดการฝึกวินัยและการควบคุมตนเองจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและแก้ไขเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน

ข้อเสนอแนะจาก นางสาวณิชตา พณิชบวรเดช ตำแหน่ง ครูพี่เลี้ยง

            - จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นสื่อและเกมการศึกษา เพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียน

            - แบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อลดความเบื่อหน่ายและเพิ่มสมาธิ   ข้อเสนอแนะจาก

ข้อเสนอแนะจาก นางสาวจิตอารี ชมบุญ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย

            - ใช้การเสริมแรงทางบวก เช่น การชมเชยเมื่อเด็กมีสมาธิและปฏิบัติตามกติกา

            - จัดที่นั่งให้เหมาะสม ลดสิ่งรบกวนรอบตัวนักเรียน

ข้อเสนอแนะจาก นางสาวจุฬารัตน์ ในทอง ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู (รุ่นพี่ปี 4)

            - ใช้เกมการศึกษาที่เด็กมีส่วนร่วม เช่น เกมจับคู่ เกมลอตโต

            - สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเองและปลอดภัย

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)

            ใช้ เกมลอตโตหน่วยเทคโนโลยีและการสื่อสาร เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการเล่นเกมจับคู่ภาพอุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อฝึกสมาธิ การรอคอย และการทำตามกติกาจัดกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมและลดการชวนเพื่อนพูดคุยใช้วิธีการพูดคุย ชี้แนะ และเสริมแรงเชิงบวก แทนการลงโทษ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม

 

9.แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน

รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่  1

วันที่ 17 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2568

ชื่อ - นามสกุลนักเรียน เด็กหญิงกวินธิดา  บุญย้อม ชั้น อนุบาล 2/1

ชื่อผู้ปกครอง นางสาวกวินทิพย์  บุญย้อม มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น มารดา

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์  - Line - Facebook -

ชื่อ บิดา  นายวรเวช  หงษ์ขวาง ชื่อ มารดา นางสาวกวินทิพย์  บุญย้อม

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ - LineFacebook มายอ๊อก

          1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)

บ้านพักอาศัยเป็นบ้านชั้นเดียว โครงสร้างคอนกรีต มีหลังคามุงสังกะสี ตั้งอยู่ในชุมชน มีบริเวณรอบบ้านพอเหมาะ สามารถจอดรถจักรยานยนต์และรถยนต์ได้ บริเวณบ้านมีความเป็นระเบียบพอสมควร สภาพแวดล้อมโดยรวมปลอดภัย เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของเด็ก 

2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)

ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ มีการจัดวางอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านตามการใช้งานทั่วไป มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทได้ดี บางบริเวณมีของใช้วางอยู่บ้างตามสภาพการอยู่อาศัย แต่โดยรวมสะอาดและไม่เป็นอันตรายต่อนักเรียน

3.  บรรยายลักษณะท่าทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ในวันเยี่ยมบ้านไม่พบบิดาและมารดา เนื่องจากไปทำงาน นักเรียนอาศัยอยู่กับน้า ซึ่งให้การต้อนรับครูด้วยท่าทีสุภาพ ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล และแสดงความห่วงใยนักเรียนเป็นอย่างดี

4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

จากการสัมภาษณ์ผู้ดูแล (น้า) พบว่าบิดาและมารดามีความห่วงใยและใส่ใจนักเรียน ต้องการให้นักเรียนได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัย แม้ไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลาเนื่องจากภาระงาน

5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองมีเจตคติที่ดีต่อโรงเรียน ให้ความเชื่อมั่นในการจัดการเรียนการสอน และยินดีให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียน

6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่านหนังสือ    (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)

จากการสัมภาษณ์ผู้ดูแล พบว่านักเรียนมีโอกาสทบทวนกิจกรรมที่โรงเรียนบ้างตามความเหมาะสม ผู้ดูแลคอยช่วยดูแลเรื่องการทำกิจกรรมง่าย ๆ และการใช้ชีวิตประจำวัน ยังต้องได้รับการส่งเสริมเรื่องการอ่าน การฝึกทักษะตามวัยอย่างต่อเนื่อง      

7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่อนบ้านและนักเรียน)

นักเรียนมีเพื่อนเล่นในละแวกบ้าน เป็นเด็กในชุมชนใกล้เคียง มีการเล่นร่วมกันตามวัย ผู้ดูแลคอยสังเกตและดูแลความปลอดภัยขณะเล่นกับเพื่อน

8. บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้าและสมาชิกในครัวเรือน แสดงออกถึงความคุ้นเคย กล้าแสดงออก และมีความอบอุ่นทางอารมณ์ แม้บิดามารดาไม่อยู่บ้านเป็นประจำ

9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)

          ข้อเสนอแนะ ผู้ดูแลยินดีให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการติดตามพัฒนาการของนักเรียน โรงเรียนควรประสานงานกับผู้ปกครองและผู้ดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของนักเรียนให้เหมาะสมตามวัย เนื่องจากบิดามารดาไม่อยู่บ้านและนักเรียนอาศัยอยู่กับน้าเป็นหลัก

               

ภาพการเยี่ยมบ้านนักเรียน


 

 

ภาพที่ 9.1 (เด็กอยู่ภายในบ้าน/ทางเดินในบ้าน) สะท้อนถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในบ้านและชีวิตประจำวันของนักเรียนความเรียบง่ายของครอบครัวและการใช้พื้นที่ภายในบ้านนักเรียนมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม กล้าแสดงออก และช่วยเหลือตนเองได้ตามวัยบทบาทของผู้ดูแลในชีวิตประจำวัน (เช่น การจัดเตรียมของใช้)

ภาพที่ 9.2 (นักเรียนยืนร่วมกับผู้ใหญ่หน้าบ้าน/รั้วบ้าน)สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับผู้ดูแล/ผู้ปกครองการดูแลเอาใจใส่และความร่วมมือของครอบครัวความพร้อมในการประสานงานกับโรงเรียนภาพลักษณ์ด้านสังคมและการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว

 

ภาพที่ 9.3 (ภาพรวมตัวบ้านและบริเวณโดยรอบ) สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพของที่อยู่อาศัยความปลอดภัย ความมั่นคง และบริบทชุมชนสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการใช้ชีวิตและพัฒนาการของนักเรียนฐานะความเป็นอยู่โดยรวมของครอบครัว

9.สรุปการสะท้อนคิดในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน

1. ท่านคิดว่าแนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียน (ข้อมูลจาก 9.1) ร่วมกับผู้ปกครอง (ข้อมูลจาก 9.2)  จะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด (การวางแผน)

แนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียนร่วมกับข้อมูลจากการเยี่ยมบ้านสามารถพัฒนาและแก้ปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนได้ เนื่องจากเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทชีวิตจริงของนักเรียน โรงเรียนมีการวางแผนช่วยเหลือโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย เน้นการเล่น การใช้สื่อ และการเสริมแรงทางบวก ขณะเดียวกันผู้ปกครองและผู้ดูแลมีทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียนและยินดีให้ความร่วมมือในการดูแลนักเรียน แม้บิดามารดาจะไม่อยู่บ้านเป็นประจำ แต่ผู้ดูแลให้ความเอาใจใส่และพร้อมสนับสนุนการพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม 

2. หากจะทำการศึกษานักเรียนคนนี้อย่างต่อเนื่องท่านจะมีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนาและแก้ปัญหาของนักเรียนคนนี้อย่างไรบ้าง (เขียนให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย) (วางแผน)

หากมีการติดตามศึกษานักเรียนอย่างต่อเนื่อง จะดำเนินการช่วยเหลือโดยเริ่มจากการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสนใจและช่วงสมาธิของนักเรียน จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อย ใช้สื่อและเกมการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อฝึกสมาธิ การรอคอย และการปฏิบัติตามกติกา

ในขณะเดียวกันจะใช้วิธีการพูดคุย ชี้แนะ และเสริมแรงทางบวกเมื่อพบพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่วยส่งเสริมวินัยและพฤติกรรมที่ดีของนักเรียนที่บ้าน ตลอดจนติดตามผลการพัฒนาเป็นระยะ โดยอาศัยความร่วมมือจากครูประจำชั้น ครูพี่เลี้ยง นักศึกษาฝึกประสบการณ์ และครอบครัว เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านและเหมาะสมตามวัย

                                                   















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

  เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย           การประเมินเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้คร...